ข้อสอบปลายภาคให้นักศึกษาทำลงในบล็อกของนักศึกษาทุกข้อทุกข้อ
มี 10 ข้อ
1.คำว่า
จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี
กฎหมาย ให้นักศึกษาให้คำนิยาม
และสรุปว่าคำเหล่านี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ตอบ
จรรยาบรรณ
หมายถึง สิ่งที่ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกําหนดขึ้น
เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของสมาชิก
อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้
จริยธรรม
หมายถึง
คุณสมบัติทางความประพฤติ
ที่สังคมมุ่งหวังให้คนในสังคมนั้นประพฤติ มีความถูกต้องในความประพฤติ
มีเสรีภาพภายในขอบเขตของมโนธรรม (Conscience)
เป็นหน้าที่ที่สมาชิกในสังคมพึงประพฤติปฏิบัติต่อตนเอง
ต่อผู้อื่น และต่อสังคม ทั้งนี้เพื่อก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองขึ้นในสังคม
การที่จะปฏิบัติให้เป็นไปเช่นนั้นได้ ผู้ปฏิบัติจะต้องรู้ว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด
คุณธรรม
หมายถึง คุณ + ธรรมะ เป็นคุณงามความดีที่เป็นธรรมชาติ
ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม
คุณธรรมจึงเป็นจริยธรรมที่แยกเป็นรายละเอียดแต่ละประเภท
หากประพฤติปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอก็จะเป็นสภาพคุณงามความดีทางความประพฤติและจิตใจของ
ผู้นั้น คุณธรรมจึงเป็นจริยธรรมที่ฝึกฝนจนเป็นนิสัย เช่น ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน
เสียสละ รับผิดชอบ
ค่านิยม
หมายถึง
ความโน้มเอียง
หรือแนวทางที่คนจะประพฤติตนไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่งที่ตัวเองได้พิจารณาไตร่ตรองแล้วว่า
เป็นสิ่งที่ดีสำหรับตนหรือสังคมยอมรับนับถือและปฏิบัติตามแนวคิดนั้น ๆ
อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยก็ช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ค่านิยมมีความหมายถึงแนวคิดเกี่ยวกับความดีงามในความประพฤติ
โดยผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลที่จะเกิดขึ้นจากความประพฤตินั้น ๆ
ถ้าหากเป็นเพียงเจตคติ (Attitude) ความเชื่อ
(Belief) ยังไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นค่านิยมจนกว่าจะได้พิจารณาถึงผลที่จะตามมาจากความประพฤติหรือการกระทำนั้นๆ
อย่างรอบคอบและมีการปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ
จารีตประเพณี
หมายถึง ระเบียบแบบแผนหรือแนวทางการประพฤติปฏิบัติที่สืบทอดกันมาช้านานและเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม
ซึ่งแต่เดิมนั้นกฎหมายก็มีที่มาหรือได้รับแนวทางจากจารีตประเพณีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
แต่จารีตประเพณีที่จะนำมาอุดช่องว่างของกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
กฎหมาย
หมายถึง
กฎที่สถาบันหรือผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐตราขึ้น
หรือที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอันเป็นที่ยอมรับนับถือ เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ
เพื่อใช้บังคับบุคคลให้ปฏิบัติตาม
หรือเพื่อกำหนดระเบียบแห่งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือระหว่างบุคคลกับรัฐ
สำหรับความหมาย จรรยาบรรณ
จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี
กฎหมาย มีความเหมือนกันในแง่ของเป็นสิ่งหรือเป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อให้สังคมนั้นอยู่อย่างสงบสุข
ซึ่งอาจจะเป็นการปฏิบัติที่สืบต่อกันมา หรือได้รับมาจากสังคมอื่นๆแต่สิ่งเหล่านี้จะเป็นกรอบการประพฤติไปในแนวทางที่ดีงาม
ปฏิบัติของคนในสังคม แต่จะขึ้นอยู่ว่าจะใช้กับกลุ่มคนในสังคมได้กว้างแค่ไหน
อทิเช่น จรรยาบรรณแต่ละสาขาอาชีพก็ย่อมแต่แตกต่างกัน อยู่แล้วฉะนั้นแต่ละสาขาอาชีพต้องปฏิบัติตนต่างกัน
แต่ถ้าเป็นกฎหมายทุกคนในสังคมต้องปฏิบัติตาม เป็นต้น
2.
ในสังคมทุกวันนี้ กฎหมาย เข้ามาเกี่ยวข้องและมีบทบาทต่อมนุษย์อย่างไร
หากไม่มีจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีกฎหมายจริงหรือที่ว่าสามารถใช้บังคับได้
สังคมทุกวันนี้สงบตามที่นักกฎหมายได้บัญญัติขึ้น จงให้เหตุผลยกตัวอย่าง
ตอบ
ในสังคมปัจจุบันเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า
กฎหมายเข้ามามีบทบาทต่อมนุษย์เป็นอย่างมากเพราะกฎหมายเป็นกรอบกำหนด
หรือสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามป้องกันการกระทำผิดหรือการกระทำอันไม่ถูกต้อง
เพราะคนในสังคมมีหลายแบบมากหน้าหลายตา หลายความคิดซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมีคนเข้ามาอยู่รวมกันอาจเกิดความขัดแย้งกันในสังคม
กฎหมายเป็นมาเป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติตนและมีบทลงโทษกระทำผิด
ถ้าหากเราในสังคมในปัจจุบัน
ไม่มีกฎหมายเข้ามาเป็นบทบังคับจะเกิดความวุ่นวายในสังคม
คนในสังคมจะกระทำการใดๆตามใจตนเอง คนมีอำนาจก็จะทำทุกๆอย่างได้ตามใจตนเอง
เกิดความเหลื่อมล้ำกันทางสังคม สังคมก็จะไม่สงบสุข เกิดความขัดแย้ง
อาจจะนำไปสู่สงครามก็เป็นได้ ฉะนั้นกฎหมายในฐานนะเป็นข้อบังคับที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม
ควรมีสภาพเป็นข้อบังคับกับทุกคนในประเทศ ไม่ใช่ว่ามีช่องโหว่ให้กับคนรวยเหมือนข่างที่เกิดขึ้นในสังคม
คนรวยชนคนตายไม่ผิดอะไรเลย ถ้าเป็นคนจนโดยจับติดคุกไปนานแลว
3.
พระราชบัญญัติการการศึกษา มีหลักในการจัดการศึกษาและแนวการจัดการศึกษาทำได้อย่างไร
จงอธิบาย
ตอบ พระราชบัญญัติการศึกษา ในหมวด 4 ว่าด้วยแนวการจัดการศึกษา
จะกล่าวถึงหลักการสำคัญของการจัดกระบวนการเรียนการสอน (มาตรา 22) ซึ่งรวมถึงจุดมุ่งหมายและสาระเนื้อหาของหลักสูตร
(มาตรา 23 และ 27)
กระบวนการจัดการ (มาตรา 24) และการประเมินผล
(มาตรา 25) องค์กรที่จัดทำหลักสูตร
(มาตรา 26) และเงื่อนไขของความสำเร็จอื่นๆ
มาตรา 22
การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
มาตรา 22
ไม่ได้กล่าวโดยตรงว่า ต้องยึดหลักนักเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน
เพราะอาจจะสร้างปัญหาเชิงกฎหมายในการบังคับใช้
และการตีความ
นอกจากนั้นในปรัชญาการเรียนการสอนควรหลีกเลี่ยงแนวคิดแบบสุดโด่งที่แยกขั้วระหว่างการเรียนของนักเรียนและการสอนของครูมาตรา
22
จึงกล่าวอย่างเป็นกลางๆ ไว้โดย "ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
มาตรา 23
การจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรม
กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาในเรื่องต่อไปนี้
(1) ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเองกับสังคม ได้แก่
ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก
รวมถึงความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคมไทย
และระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(2) ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งความรู้ความเข้าใจ
และประสบการณ์เรื่องการจัดการ
การบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน
(3) ความรู้เกี่ยวกับศาสนา
ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทยและการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา
(4) ความรู้
และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้านภาษา เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
(5) ความรู้
และทักษะในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข
มาตรา 23
กล่าวถึงเนื้อหาสาระหรือทิศทางของเนื้อหาสาระของหลักสูตรโดยทั่วไปแต่อาจจะเน้นมาทางหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานมากหน่อย โดยเฉพาะการแบ่งกลุ่มการเรียนรู้เป็น 5 กลุ่ม ตามวรรคหนึ่งถึงวรรคห้าของมาตรา 23
ในข้อเท็จจริง
การกำหนดเนื้อหาสาระของหลักสูตรจะต้องพิจารณาระดับการศึกษา ประเภทของการศึกษา
และความถนัดส่วนบุคคลมาประกอบด้วย
การศึกษาระดับที่สูงขึ้นไปย่อมจัดหลักสูตรที่เน้นสาขาวิชาและสาขาวิชาเฉพาะมากยิ่งขึ้น
แต่ถ้าเป็นหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานก็ควรจะต้องมีองค์ประกอบที่เรียกว่า
หลักสูตรแกนกลางที่เน้นตัวร่วมหรือค่านิยมร่วม (Core Values) ระดับชาติ
และจะต้องมีหลักสูตรที่สะท้อนปัญหา และวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นด้วย มาตรา 23
จึงเป็นการวางหลักการทั่วไป ส่วนความแตกต่างในแต่ละระดับจะนำไปกล่าวไว้ในมาตรา 27
มาตรา 24
การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ
ดังต่อไปนี้
(1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
(2) ฝึกทักษะ
กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์
และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
(3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง
ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็นทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง
(4) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่างๆ
อย่างได้สัดส่วนสมดุลกันรวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม
ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา
(5) ส่งเสริม สนับสนุน
ให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม
สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้
รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้
ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่างๆ
(6) จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครอง
และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ
มาตรา 24 กล่าวถึง
กระบวนการเรียนรู้ที่จะต้องดำเนินการแนวทาง 6 ประการ
หรือเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสมของสถานการณ์และลักษณะของวิชา
มาตรา 25 รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานและจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ
ได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์
สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์
อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ
แหล่งข้อมูลและแหล่งการเรียนรู้อื่นอย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ
มาตรานี้จะช่วยส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต
ซึ่งรวมความถึงการศึกษาต่อเนื่องในความหมายเดิมของระบบการศึกษานอกโรงเรียน
ฉะนั้น การจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ (ต่อเนื่อง) จึงกระทำได้ในชุมชนต่างๆ
มาตรา 26
ให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียนโดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ
การสังเกตพฤติกรรมการเรียน
การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา
ให้สถานศึกษาใช้วิธีการที่หลากหลายในการจัดสรรโอกาสการเข้าศึกษาต่อและให้นำผลการประเมินผู้เรียนตามวรรคหนึ่งมาใช้ประกอบการพิจารณาด้วย
มาตรา 27
ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ
ให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรตามวัตถุประสงค์ในวรรคหนึ่ง
ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม
และประเทศชาติ
มาตรา 27 กำหนดผู้รับผิดชอบจัดทำหลักสูตรไว้เป็น
2 ระดับ
ระดับชาติให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลาง
ส่วนระดับท้องถิ่นให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำสาระหลักสูตรที่เกี่ยวกับท้องถิ่น
การจัดทำหลักสูตรของสองส่วนนี้ เป็นการเสริมซึ่งกันและกัน การสอนหลักวิชาตามหลักสูตรแกนกลางนั้นสามารถนำเอาเนื้อหาสาระของท้องถิ่นเข้ามาเป็นส่วนประกอบได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น วิชาประวัติศาสตร์
ที่มุ่งหมายให้นักเรียนเข้าใจประวัติความเป็นมาของชุมชนของตนเอง และของชาติ
หรือการสอนวิชาชีพก็จะสามารถนำข้อมูลอาชีพในท้องถิ่นมาเป็นวัตถุดิบของการเรียนการสอน
จุดหมายของหลักสูตรแกนกลาง
"เพื่อความเป็นไทย" นั้น
ก็หมายถึงความเป็นไทยในลักษณะที่มีเอกลักษณ์จากชาติอื่น ฉะนั้น
ความเป็นไทยในความหมายนี้รวมถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่นทุกๆ
แห่งที่ปรากฏในอาณาจักรไทยปัจจุบัน
มาตรา 28
หลักสูตรการศึกษาระดับต่างๆ รวมทั้งหลักสูตรการศึกษาสำหรับบุคคลตามมาตรา 10 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ ต้องมีลักษณะหลากหลาย ทั้งนี้
ให้จัดตามความเหมาะสมของแต่ละระดับโดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสมแก่วัยและศักยภาพ
สาระของหลักสูตร ทั้งที่เป็นวิชาการ
และวิชาชีพ ต้องมุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุลทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ
ความดีงามและความรับผิดชอบต่อสังคม
สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา
นอกจากคุณลักษณะในวรรคหนึ่งและวรรคสองแล้ว
ยังมีความมุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ
วิชาชีพชั้นสูงและการค้นคว้าวิจัย
เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาสังคม
มาตรา 28
กล่าวถึงหลักสูตรระดับต่างๆ ต้องมีลักษณะหลากหลายตามวรรคหนึ่ง
ต้องมีความสมดุลตามวรรคสอง และหลักสูตรอุดมศึกษา ต้องมีลักษณะตามวรรคสาม
มาตรา 29
ให้สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัว ชุมชน
องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ
สถาบันศาสนา สถานประกอบการ
และสถาบันสังคมอื่น ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีการจัดการศึกษาอบรม
มีการแสวงหาความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร
และรู้จัดเลือกสรรภูมิปัญหาและความต้องการรวมทั้งหาวิธีการสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาระหว่างชุมชน
มาตรา 30 ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพรวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา
4.
ในฐานะที่นักศึกษาทุกคนทราบว่าประเทศไทยขณะนี้อยู่ในช่วงปฏิวัติ นักศึกษาคิดว่าประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจาก สาเหตุอย่างไร
วิธีการที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้น่าจะดีหรือไม่ดีจงให้เหตุผลและอธิบาย
ตอบ
ในปัจจุบันผู้นำกำลังเข้ามาปรับปรุงระบบการศึกษาในหลายด้าน
เพราะเนื่องจากระบบการศึกษาต้องขึ้นอยู่เขตพื้นที่การศึกษา
เปรียบเสมือนการกระจุกของอำนาจไว้ที่เดียวและเรื่องของความดูและเรื่องต่างๆของระบบการศึกษาเป็นไปไม่ดีเท่าที่ควร
ไม่ทั่วถึงและเกิดการทุจริตในเรื่องของการทำงานเป็นอย่างมากการศึกษาไทยเรียนมากแต่ผลสัมฤทธิ์ออกมาต่ำ
นักเรียนไม่สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข ทำงานบ้านไม่เป็น
ใช้เวลาว่างไม่เป็นประโยชน์
ได้ลงมาดูการศึกษาที่เป็นอยู่จริงและเกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
สำหรับ
วิธีการที่คณะรัฐบาลทหารแก้ไขอยู่นี้ก็น่าจะเป็นแนวทางที่ดี
แต่ก็ต้องเข้ามาดูระบบการศึกษาอย่างจริงจัง
และก็ต้องค่อยๆปรับปรุงระบบการศึกษาไปทีละขั้น เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
พยายามเข้ามาปรับให้การศึกษา เรียนให้น้อยลง
และกระจายอำนาจให้มากขึ้นจะได้ดูแลระบบการศึกษาได้อย่างทั่วถึงอีกทั้งพยายามเข้ามาจัดระบบการเรียนการสอน
ให้นักเรียนเรียนรู้ให้มากขึ้น มีความรู้ในหลายด้านและสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในสังคมได้
5.ความเคลื่อนไหวทางการศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศมีการปฏิรูปขึ้น
หากหน่วยงานทางการศึกษา เช่นเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขตพื้นที่มัธยมศึกษา มีการยุบ
และได้มีการนำสถานศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่จังหวัดในรูปแบบองค์คณะบุคคลเช่น
องค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ
ในส่วนที่เห็นด้วย เพราะ
การกระทำดังกล่าวเป็นการกระจายอำนาจอย่างทั่วถึงให้สามารถดูแลระบบการศึกษาได้
เป็นการป้องกันการทุจริตเช่นในด้านของงบประมาณต่างๆของทางราชการ
การบริหารงานอื่นๆเป็นต้นแต่อาจมีช่องโหว่เช่นการบริหารงานที่อาจจะไม่ทั่วถึงเพราะศูนย์กลางของแต่ละจังหวัดมีเพียงแค่ที่เดียว
สำรับในส่วนที่ไม่เห็นด้วย
ในการจัดทำโครงสร้างใหม่นี้มีการกระจายอำนาจให้กับทุกจังหวัด แต่ในสภาพที่เป็นจริง
การบริหารงานของ กศจ. ที่จะต้องดูแลโรงเรียนในจังหวัดของตนเองนั้น
ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ก็ย่อมส่งผลให้การบริหารงานไม่ทั่วถึง เปรียบเสมือนกับ ครูผู้สอนที่สอนในชั้นเรียนที่มีเด็ก
50
คน ก็ย่อมไม่สามารถสอนให้เด็กให้เข้าใจได้อย่างทั่วถึง ในอดีตในแต่ละจังหวัดมีเขตการพื้นที่ดูแล
บางจังหวัด 4 เขตแต่ก็ยังไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง นี่ถ้าเป็น
กศจ. มาดูแลแล้วแต่ละจังหวัดมีโรงเรียนจำนวนมาก
ก็อาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้
6.ในฐานะที่นักศึกษาจะลงไปฝึกสอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน วิชากฎหมายนี้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรจงยกตัวอย่างที่นักศึกษาคิดว่านำไปปฏิบัติกับตัวนักศึกษาและนักเรียนได้
ยกตัวอย่างอธิบายพร้อมเหตุผลทำไมจึงทำเช่นนั้น
ตอบ
ในฐานะที่เราจะไปนักศึกษาฝึกสอนในสถานศึกษา
วิชากฎหมายนี้ถือได้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก
เปรียบเสมือนแนวทางในการปฏิบัติตัวเองในสถานศึกษา
เป็นภูมิคุ้มกันตัวเองในการฝึกสอน ต้องรู้จักว่าสิ่งใดทำได้
สิ่งใดไม่สามารถกระทำได้เพราะถ้าหราเราไปกระทำตัวผิด
ตามกฎหมายอาจจะเกิดความเสียหายได้ในภายหลัง
อทิ เช่น การลงโทษเด็กนักเรียน
ว่าควรทำอย่างไรได้บ้าง ถ้าหากเราไปตีเด็กแล้วเด็กไปฟ้องผู้ปกครอง
ถ้าผู้ปกครองมาเอาเรื่องก็จะทำให้เกิดปัญหาต่างๆมากมายตามมา
และในการลงโทษห้ามทำด้วยความโกรธเคืองกระทำได้ด้วยการที่หวังดีเป็นต้น
และได้ทราบว่าขอบเขตของการปฏิบัติต่อรักเรียนสามารถทำได้มากน้อยพียงใด
7.
คำว่าการประกันคุณภาพมีความหมายอย่างไร มีหลักการประกันอย่างไร
ถ้าหน่วยงานของต้นสังกัดลงมือทำเองเรียกว่าอะไรเข้ามีวิธีการทำอย่างไร
หากนอกสังกัดเขาลงมือทำเขาเรียนว่าอะไร มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร
(ให้ตอบเฉพาะของการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
ตอบ การประกันคุณภาพมีความหมาย หมายถึง การทำกิจกรรม
หรือ การปฏิบัติภารกิจหลักอย่างมีระบบตามแบบแผนที่กำหนดไว้ โดยมีการควบคุมคุณภาพ (QUALITY
CONTROL) การตรวจสอบคุณภาพ (QUALITY
AUDITING) และการประเมิน คุณภาพ (QUALITTY
ASSESSMENT) จนทำให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานของดัชนี
ชี้วัด ระบบและกระบวนการผลิต ผลผลิตและผลลัพธ์ ของการจัดการศึกษา ประกอบด้วยการ
ประกันคุณภาพภายใน และการประกันคุณภาพภายนอก
หลักการของการประกันคุณภาพการศึกษา
1)
การสร้างความมั่นใจและสร้างความพึงพอใจในคุณภาพการศึกษา
2)
การป้องกันปัญหา
ต้องมีการวางแผนและเตรียมการ
3)
การตั้งมั่นบนหลักวิชาในการพัฒนาหลักวิชาชีพ
4)
การดำเนินงานสามารถติดตามตรวจสอบและประเมินตนเองได้
5)
การดำเนินงานเน้นคุณภาพในการปฏิบัติงานทุกระดับทุกขั้นตอน
6)
การสร้างความรู้
ทักษะและความมั่นใจให้กับบุคลากรในสถานศึกษา
7)
การประสานสัมพันธ์ในองค์กร
บุคลากรในพื้นที่
8)
การเน้นภาวะผู้นำของผู้บริหาร
ถ้าหน่วยงานลงมือทำเอง
เราจะเรียกว่า การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน (Internal
Quality Assurance) หมายถึง การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษาจากภายใน
โดยวงจร PDCA(Plan – Do – Check – Act) เป็นการปฏิบัติโดยบุคลากรของสถาบันการศึกษาหรือโดยหน่วยงานต้นสังกัดที่มี
ขั้นตอนการประกันคุณภาพการศึกษา
การควบคุมคุณภาพ (Quality
Control)
1)
ศึกษาและเตรียมการ
2)
วางแผนการประกันคุณภาพการศึกษา
3)
ดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาตามแผน
4)
ตรวจสอบ
และทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
5.
พัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
6.
เตรียมการเพื่อรับการประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา)
หากนอกสังกัดเขาลงมือทำเขาเรียกว่า
การประกันคุณภาพการศึกษาภายนอก
การประเมินผล
และการติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษาจากภายนอกโดย
สำนักงาน
รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
หรือบุคคล หรือหน่วยงานภายนอกที่สำนักงานดังกล่าว
รับรอง
เพื่อเป็นการประกันคุณภาพและให้มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษา
ประกอบด้วย
1)
การตรวจสอบคุณภาพที่ผ่านกระบวนการประกันคุณภาพภายใน
2)
การประเมินคุณภาพ
3)
การให้การรับรอง
8.ในฐานะที่ท่านจะเป็นครูมืออาชีพท่านจะต้องนำวิชากฎหมายและการประกันคุณภาพมาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร
ตั้งแต่เรื่องการจัดการเรียนการสอน ชุมชน การดูแลนักเรียน
ขอให้ตอบโดยนำหลักคิดมาประยุกต์ใช้
ตอบ
ในการที่เราเข้าไปมีบทบาท ต่อการจัดการเรียนการสอน สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ คือ
นำกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองเด็ก มาประยุกต์ใช้
โดยไม่ไปฝ่าฝืนเด็กตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ เช่น ลงโทษเด็กจนเกินเหตุ ชู้สาว
เป็นต้น
ชุมชน
ก็นำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรับสมัครนักเรียนเข้าสถานศึกษา
โดยไปประสานกับผู้ปกครองให้รับทราบถึงกฎ ข้อระเบียบ เกณฑ์
ในการเข้ารับการศึกษาต่างๆ โดยทำความเข้าใจให้กับผู้ปกครอง
การดูแลนักเรียน
ก็นำกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับของเด็กนักเรียน
โดยจะให้สิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ และเท่าเทียมกันทุกคนให้เด็กนักเรียนได้พัฒนาตนเอง
และสามารถช่วยเหลือนักเรียนได้
9.
วิชานี้ท่านคิดว่าเรียนไปแล้วมีประโยชน์หรือไม่ ถ้านักศึกษาไม่ได้เรียนก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูน่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
โปรดยกตัวอย่างประกอบการอธิบายและเมื่อได้เรียนแล้วจะได้ระมัดระวังอย่างไร
ตอบ
ในการเรียนในวิชานี้มีประโยชน์เป็นอย่างมาก
เพราะว่าเป็นรายวิชาที่มีความสำคัญต่อนักศึกษา เป็นการศึกษาที่เกี่ยวการศึกษา ซึ่งจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับนักเรียนและตัวของครูผู้สอนเองเมื่อเรียนไปแล้วจะได้รู้จักการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องในโรงเรียนได้อย่างเหมาะสม
ถ้าหากนักศึกษาไม่ได้เรียนในรายวิชาไปก่อนแล้วอาจจะทำให้
ไม่รู้จักการวางตนหรือการปฏิบัติตนอย่างไรให้เหมาะสม อาจจะเกิดการเข้าใจผิดในหน้าที่หรือบกพร่องต่อหน้าที่ได้
เพราะไม่ได้รู้ขอบเขตของการดำเนินการปฏิบัติงาน เช่น อาจจะลงโทษเด็กหนักไป
เกินกว่ากฎหมายกำหนดการลงโทษ เป็นต้น ซึ่งย่อมส่งผลเสียต่อตัวผู้สอนเอง
เพราะฉะนั้นในโรงเรียนจะมีข้อกฎหมายที่เข้ามามีบทบาทต่อครูและนักเรียน
นักศึกษาฝึกสอนเองพึงตระหนักและควรระมัดระวังการกระทำ
ต้องระลึกอยู่เสมอว่าเราอยู่ในฐานนะอะไรและต้องปฏิบัติตัวให้มีความเหมาะสมสถานะที่เราเป็นอยู่
10.
การสอนแบบใช้เทคโนโลยีเว็บล็อกผสมผสานกับรายงานของนักศึกษา
นักศึกษาคิดว่ามีประโยชน์หรือไม่อย่างไรจงแสดงความคิดเห็นตามแนวคิดของนักศึกษา
ตอบ
การใช้ เว็บบล็อก (weblog)
ในการนำมาใช้จัดการเรียนการสอนเป็นสิ่งที่สะดวกในการเรียนการสอน
เพราะเราสามารถศึกษาและค้นคว้าได้ทุกที่ ที่มีอินเตอร์เน็ต สะดวกในการทำงานส่ง
ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการถ่ายเอกสาร เป็นการจัดการศึกษาที่ถือว่าอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เรียนและผู้สอนได้อย่างเต็มที่
และยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย
ซึ่งในรายวิชานี้หากต้องใช้เอกสารในการประกอบการเรียนการสอนก็จะต้องมีเอกสารมากมาย
หากใช้เงินในการถ่ายเอกสารก็จะเยอะพอสมควร ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เมื่อมีเว็บบล็อก
(weblog) เราก็สามารถศึกษาเอสสารได้จากที่อาจารย์โพสใน
เว็บบล็อก (weblog) ของอาจารย์ได้เลย
อีกทั้งในการรายงานของนักศึกษาเองก็เป็นการกระตุ้นให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง
เป็นการยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เพราะการเรียนรู้ด้วยตนเองจะทำให้เราจดจำเนื้อหาได้มากที่สุด
มากกว่าการฟังบรรยาย ความรู้ก็จะอยู่ติดตัวของนักศึกได้นาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น